ที่มาของลวดลาย

ที่มาของลวดลายผ้า

ที่มาของลวดลายผ้า
สิ่งที่ดลใจในการออกแบบและต้นกำเนิดของการออกแบบลวดลาย
          การออกแบบเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความรู้สึกนึกคิด ซึ่งเราจะพบว่าสรรพสิ่งที่เป็นผลิตผลของมนุษย์นั้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตผลที่ง่ายที่สุดไปจนกระทั่งผลิตผลที่ยุ่งยากสลับซับซ้อน ต่างก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบทั้งสิ้น ดังนั้นในปัจจุบันและอนาคต การออกแบบจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นซึ่งมนุษย์จะขาดเสียเลยมิได้ในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม อาหารการกิน และยารักษาโรค ต่างก็ต้องอาศัยการออกแบบ เพื่อปรุงแต่งและจรรโลงโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
         ในการออกแบบนั้น จะให้ผลสมบูรณ์แล้ว ผู้ออกแบบจะต้องมีความรู้ความเข้ารูปแบบพื้นฐานของการออกแบบเป็นอย่างดีเสียก่อน ได้แก่ สิ่งดลใจในการออกแบบ ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ประเภท
 รูปแบบจากธรรมชาติ  สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ (Form of nature)
         สิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย เช่น พืช สัตว์ ฯลฯ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายนี้ มีส่วนสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์มาก ยากที่จะหลีกเลี่ยงกันพ้น ธรรมชาติเป็นสิ่งแวดล้อมสิ่งแรกที่มนุษย์ได้นำมาเป็นแนวคิดในการเริ่มต้นสาร้างสรรค์งานออกแบบ มนุษย์ได้เสาะแสวงหาความจริงและความงามที่ซ่อนเร้นอยู่ในธรรมชาติ ได้ถ่ายทอดความคิดโดยการเลียนแบบจากธรรมชาติ เพื่อสนองทางด้านอารมณ์และจิตใจ รูปทรงที่เป็นหลักต้นแบบในการออกแบบที่เป็นรูปทรงของธรรมชาติ (Natural Inspiration) ได้แก่ 
1. พืช (Plant)
   - ต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ กิ่ง ก้าน
   - ต้นทรงสูง ทรงเตี้ย เป็นพุ่ม เป็นช่อ เป็นแถว
   - ใบเหลี่ยม ใบกลม ใบยาว ใบแฉก
2. สัตว์ (Animal)
   - สัตว์ 2 เท้า และสัตว์ 4 เท้า
   - สัตว์ปีกทุกชนิด
   - สัตว์น้ำ เช่น ปู ปลา กุ้ง หอย ฯลฯ
3. แร่ธาตุ (Mineral)
   - หินต่างๆ ภูเขา
   - ดิน น้ำ กรวด ทราย สารประกอบ จุลินทรีย์ต่างๆ
สิ่งเหล่านี้มนุษย์ได้นำมาปรุงแต่งจนกลายเป็นผลงานในการออกแบบ

รูปแบบจากรูปทรงเรขาคณิต

รูปแบบจากรูปทรงเรขาคณิต
       รูปทรงที่มนุษย์ดัดแปลงนั้นอาจได้มาจากรูปทรงที่พบเห็นในธรรมชาติ หรือรูปทรงที่มนุษย์สร้างขึ้น รูปททรงที่พบเห็นที่คุ้นกับมนุษย์มากที่สุด คือ รูปทรงกลมของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ รูปทรงกลมนี้กลายเป็นพื้นฐานของรูปทรงเรขาคณิตที่มีความสำคัญ
      รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ รูปทรงที่มนุษย์ร้างขึ้นด้วยเครื่องมือ มีสัดส่วนแน่นอน เช่น รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม วงกลม ฯลฯ รูปทรงเหล่านี้เป็นไปได้ทั้งสองมิติสามมิติ
     รูปทรงเรขาคณิตเกิดจากจุด (Point) เส้น (Line) รูปร่าง (Shape) รูปทรง (Form) เป็นส่วนประกอบของการออกแบบ เมื่อออกแบบแล้ว ต้องสามารถนำไปสร้างตามความคิดนั้น

รูปแบบจากลวดลายประวัติศาสตร์

รูปแบบจากลวดลายประวัติศาสตร์
          ชาติไทยเป็นชาติเก่าแก่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาแล้วแต่ดึกดำบรรพ์ จากประวัติศาสตร์และพงศาวดารชาติไทยแต่อดีตมาจนปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าชาติไทยเป็นชาติอิสระที่ยืนยาวที่สุดในโลกชาติหนึ่ง ประเทศไทยตั้งอยู่ในทำเลอันเหมาะสมที่จะติดต่อกับประเทศต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง บรรดาประเทศต่างๆ ที่เคยติดต่อเกี่ยวข้องกับไทย นำความเจริญทางศิลปวัฒนธรรมและทางอารยะธรรมเข้ามา เป็นผลทำให้ศิลปกรรมของไทยได้รับอิทธิพลจากชาติต่างๆ  เช่น แบบอย่างศิลปกรรมทางพุทธศาสนาที่แพร่มาจากอินเดีย จีน และศิลปะทางตะวันตก ลักษณะต้นแบบจะปรากฏอยู่ชั่วระยะหนึ่ง ศิลปินไทยจะนำมาประยุกต์ให้สอดคล้องกลมกลืนกับแบบแผนและอุดมคติทางความงามให้เป็นแบบฉบับของเรา ศิลปกรรมไทยโดยทั่วไปเต็มไปด้วยความประณีต เพราะช่างหรือศิลปินเป็นผู้มีฝีมือและความชำนาญเป็นพิเศษ เข้าใจในการคาดคะเนในสัดส่วน ช่องไฟหรือการตกแต่งลวดลายบนพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่เคยปรากฏว่าช่างไทยวางกฎการตกแต่ง หรือมีตำราตายตัวไว้ หากจะดูโบสถ์หรือวิหารสักหลังหนึ่ง เราจะเห็นสัดส่วน เชิงชั้นของผนัง หลังคา การย่อมมุขมุมตลอดไปถึงเครื่องตกแต่ง มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบัน คันทวย แม้แต่บัวฐานช่างเหมาะเจาะกลมกลืนกันเหลือเกิน ความพอเหมาะพอดีจึงเป็นยอดของศิลปกรรมไทยอีกอย่างหนึ่ง ศิลปกรรมไทยถึงแม้จะมีการตกแต่งจนดูออกจะฟุ่มเฟือยในสายตาของนักศิลปะสมัยใหม่ แต่เราก็ยังไม่เห็นว่าส่วนใดที่กล่าวได้ว่าไม่จำเป็นหรือขัดนัยน์ตาแม้แต่น้อย แสดงให้เห็นความเป็นจริงเป็นอัจฉริยะในการเลือกสรรและความเป็นเลิศในการออกแบบ(Design)
         ในการออกแบบลวดลายเพื่อการตกแต่ง ลักษณะนิยมของศิลปะพื้นบ้านหรือศิลปะประจำชาติไว้ ผู้ออกแบบควรศึกษาหาความรู้จากแบบอย่างลวดลายประดับในสมัยต่างๆเท่าที่จะค้นคว้าได้ เช่น จากลายปั้นปูน ลายสลักหิน ลายดินเผา ลายสลักไม้ ลายสลักนูนบนโลหะ ลายประดับมุก ภาพเขียนและอื่นๆ เพื่อจะได้ทราบถึงที่มาของรูปแบบและวิวัฒนาการของลวดลาย เช่น ลวดลายเครือเถา ลายกนก ภาพสัตว์ในเรื่องทวยเทพและอื่นๆ แล้วนำลวดลายต่างๆ มาประยุกต์ให้เหมาะสมกับกาลสมัย โดยรักษารูปแบบหรือเอกลักษณ์เพื่อแสดงความงามของศิลปะท้องถิ่น หรือศิลปะประจำชาติให้ก้าวหน้าสืบไป ลวดลายทางประวัติศาสตร์ที่จะศึกษาได้ มีลายสมัยทวารวดี สมัยลพบุรี สมัยสุโขทัย สมัยเชียงแสน และสมัยรัตนโกสินทร์