น้ำหมักชีวภาพ
น้ำหมักชีวภาพ(Bioextract ; B.E.)
1. บทนำ
น้ำหมักชีวภาพ เริ่มแรกที่แพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยนั้น ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการเกษตรอินทรีย์เพื่อทดแทนสารเคมีในปุ๋ย ยากำจัดศัตรูพืช ฮอร์โมนบำรุงพืช ฯลฯ รวมถึงการจัดการย่อยสลายสิ่งปฏิกูล ลดความเน่าเสีย กลิ่นเหม็น ในระบบบำบัดน้ำเสีย การกำจัดขยะอินทรีย์ เป็นต้น ต่อมาได้เริ่มถูกดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือน ได้แก่ น้ำยาถูบ้าน น้ำยาขัดส้วม น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน และน้ำยาล้างผักผลไม้ แต่ในยุคแรก ๆ ได้มีชื่อเรียกต่าง ๆ ตามกลุ่มองค์กรที่ส่งเริมการใช้ประโยชน์ เช่น น้ำจุลินทรีย์ หรือน้ำหมักเปรี้ยว หรือน้ำสกัดชีวภาพ ฯลฯ
ปัจจุบันมีการนำปุ๋ยเคมีมาใช้ในการเกษตรเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำลายดินให้เสื่อมโทรม ทำให้ได้พืชผลทางการเกษตรที่น้อยลงและด้อยคุณภาพ จึงมีการรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพให้มากขึ้น น้ำหมักชีวภาพ เป็นอีกทางเลือกที่เกษตรกรสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ย และป้องกันกำจัดศัตรูพืช แทนปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรมีการหันมาใช้น้ำสกัดชีวภาพมากขึ้น
ศูนย์เทคโนโลยีที่เหมาะสมโดยท่านอาจารย์นิกร สุขปรุง ได้คิดค้นและพัฒนาน้ำหมักชีวภาพสูตรศทม.ขึ้น เพื่อนำมาเผยแพร่แก่ชุมชนและนำมาใช้ในการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและลดการใช้ปุ๋ยเคมีราคาแพง
